Asset Warehousing… โกดังเก็บหนี้

domino effect

เกมส์ไล่ซื้อของถูกที่กลุ่มทุนเคลื่อนไหวไล่ล่าอสังหาริมทรัพย์ราคาถูก โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและโครงการจัดสรรแบบต่างๆ ที่สายป่านสั้นและมีหนี้ค้างชำระกับธนาคาร ซึ่งกำลังสร้างปัญหาซ้ำเติมสภาพย่ำแย่ของผู้ประกอบการ ที่ส่วนใหญ่ไม่เหลืออำนาจต่อรองใดๆ จะไปต่อกรกับเจ้าหนี้และสายสนกลเกมส์กับกลุ่มทุนนักล่า ซึ่งมีทั้งทุนไทยและทุนต่างด้าวเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคัก

ข่าวดีก็คือ… กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยรวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆ ได้มีการประชุมหารือถึง “แนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐผ่านโครงการ Asset Warehousing หรือ โกดังเก็บหนี้

ย้อนกลับไป 19 เมษายน พ.ศ. 2563… ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ที่ 137 ตอนที่ 30 ก ได้เผยแพร่พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 หรือ พ.ร.ก. ซอฟต์โลน… ซึ่งกลายเป็นกระสุนด้านเนื่องจากรายละเอียดการปล่อยเงินกู้ตามแนวทาง พ.ร.ก. ซอฟต์โลนฉบับนี้ ทำให้ SMEs และวิสาหกิจเป้าหมาย “เข้าไม่ถึงเงิน” อย่างที่หวัง

ซึ่งถ้าท่านเป็น SMEs หรือรู้จัก SMEs ที่เดือดร้อนจากโควิดจริง… ท่านคงไม่ได้ยินเสียงขอบคุณและคำชมจากที่ไหนเกี่ยวกับซอฟท์โลนแน่ๆ

แต่ในช่วงกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2546 ที่ผ่านมา… กระทรวงการคลังและรัฐบาลกับรัฐสภาก็หารือกับกับธนาคารแห่งประเทศไทย กฤษฎีกาและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ตั้งเรื่องแก้ พ.ร.ก. ซอฟต์โลน 5 แสนล้านกันใหม่ โดยอาศัยสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในประเทศ เป็นธงนำในการเร่งรัดกฏหมายฉบับนี้… เพื่อใช้แทนพระราชกำหนดฉบับเดิม ซึ่งติดเงื่อนไขในข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้ SMEs เข้าไม่ถึงสินเชื่อ

ในระหว่างนำกฏหมายเข้าสู่ขั้นตอนทางรัฐสภา ซึ่งกินเวลาและกดดันภาคเอกชนและวิสาหกิจค่อนประเทศที่รอการเยียวยาไม่ต่างกัน… ซึ่งการปล่อยให้เครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่ชื่อ SMEs และวิสาหกิจค่อนประเทศสะดุดลง สุดท้ายผลกระทบเป็นลูกโซ่จากลูกหนี้สู่เจ้าหนี้และเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งก็คือประเทศไทย… ในขณะที่คนได้ประโยชน์มหาศาลมีเหลือเพียงไม่กี่คนที่รอซื้อทรัพย์ราคาถูกในขณะที่คนลงทุนลงแรงมามากกับทรัพย์กองนั้น… กำลังใกล้ตาย

โครงการ Asset Warehousing หรือ โกดังเก็บหนี้จึงต้องเร่งรีบเคลื่อนไหว ซึ่งแม้แต่เจ้าหนี้อย่างภาคธนาคารเองก็เห็นดีเห็นงาม ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่า… สมาคมธนาคารไทยรวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆ ก็กระตือรือร้นเห็นพ้องกัน

การหารือหลักเกณฑ์การจัดทำโครงการโกดังเก็บหนี้ประเด็นหลักๆ คือ… กำหนดให้ลูกหนี้ธนาคารที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องตีโอนทรัพย์ชำระหนี้มาอยู่กับธนาคารก่อน โดยกำหนดราคารับซื้อเป็นไปตามยอดหนี้คงค้าง แต่จะต้องไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV เช่น ลูกหนี้มีหนี้คงค้างอยู่ 80 ล้านบาท แต่มีหลักประกันมูลค่า 100 ล้านบาท แบงก์ก็จะรับซื้อในราคา 80 ล้านบาทนำมาเก็บเข้าโกดังไว้… โดยมีกำหนดระยะเวลาเก็บหนี้ไว้ขั้นต่ำ 3-5 ปี เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดภาระการชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย… ป้องกันไม่ให้ทรัพย์ตกไปอยู่ในมือนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงป้องกันการเทขายสินทรัพย์ออกมาพร้อมๆ กันในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้เกิดการกดราคารับซื้อได้ 

โดยสัญญาจะระบุเมื่อครบกำหนดตามที่ตกลง ลูกหนี้เจ้าของกิจการได้สิทธิซื้อทรัพย์สินกลับคืน โดยภาครัฐจะมีการออกประกาศยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการตีโอนชำระหนี้ให้ อาทิ ภาษีการโอน ภาษีนิติบุคคล เป็นต้น

ส่วนภาระอื่นเมื่อมีการโอนทรัพย์สินมาอยู่ที่ธนาคารเจ้าหนี้ ก็จะมีข้อตกลงเพิ่มเติมว่า.. ลูกหนี้หรือเจ้าของโรงแรมจะต้องเสียค่าดูแล หรือ Caring Cost ที่อัตรา 1-2% ต่อปี ซึ่งจะจ่ายกันตอนซื้อทรัพย์สินคืน… พร้อมกันนี้ ธนาคารเจ้าหนี้จะปล่อยสภาพคล่องให้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มีกระแสเงินสดไปทำธุรกิจต่อไป และในระยะแช่แข็งหนี้อยู่นี้… ลูกหนี้สามารถเช่าทรัพย์สินเพื่อใช้ดำเนินธุรกิจให้ต่อเนื่องไปด้วยได้

กรณีโครงการโกดังเก็บหนี้ ดูเหมือนจะมีข้อสรุปค่อนข้างชัดเจนแล้ว และคาดว่ากระทรวงคลังจะเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรีในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้แน่นอน… พร้อมกับร่าง พ.ร.ก. ซอฟต์โลนฉบับใหม่ เพื่อปลดล็อกเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่ค่อนข้างเข้มงวด ทำให้ที่ผ่านมามีการปล่อยซอฟต์โลนไปได้เพียง 1.25 แสนล้านบาท และยังคงมีเงินเหลืออีกกว่า 3 แสนล้านบาทนั่นเอง

References…

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email
Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Guy Kawasaki

Ideas Are Easy, Implementation Is Hard – Guy Kawasaki

การทำตลาดเครื่อง Macintosh ในปี 1984 ทำให้ชื่อของ Guy Kawasaki เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจสายเทคโนโลยีที่ยุคนั้นยังถือเป็นวงการเล็กๆ ที่ทุกคนรู้จักกันหมดในยุคนั้น… Guy Kawasaki ถือเป็นคนสำคัญในการสร้างสาวก Apple ในนาม Apple Evangelist ที่นิยามพฤติกรรมกลุ่มคนที่บอกต่อให้สินค้า Apple จนกลายเป็นพลังทางการตลาดถึงขั้นกลายเป็นแนวคิด Evangelism Marketing จนเราได้เห็นภาพสาวก Apple เข้าคิวรอสินค้าใหม่จาก Apple อย่างคลั่งไคล้…

Decentralized Financial

The Rise Of Decentralized Financial… การเงินแบบไร้คนกลางผงาดและหยัดยืน

DeFi เป็นระบบนิเวศน์ทางการเงินใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยในระบบนิเวศน์ของ Fiat Money มาก… ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจคริปโตที่มีอัตราการเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วและกำลัง “กลืนกินระบบนิเวศน์ทางการเงินและการลงทุนดั้งเดิม” อย่างรวดเร็ว

บายพาส ง1 ง2 พาผังเมืองโคราชสู่มหานคร

ข่าวประชาสัมพันธ์โครงการสร้างถนนบายพาสโคราชสาย ง1 และ สาย ง2 เผยแพร่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อช่วงต้นปี 2561 โดยมีการสำรวจและศึกษาเส้นทางในเขตอำเภอเมืองครอบคลุม ตำบลในเมือง ตำบลหนองกระทบ ตำบลหมื่นไว ตำบลบ้านเกาะ ตำบลจอหอ ตำบลตลาดและตำบลหัวทะเล รวม 7 ตำบล

Riney Jordan

Kids Don’t Really Care How Much We Know Until They Know How Much We Care – Riney Jordan

Riney Jordan เป็นครูและนักพูดที่สอนสนุก มีอารมณ์ขันเหลือเฟือและเป็นนักเล่าเรื่องที่มีพรสวรรค์ในการโน้มน้าวอย่างมาก… การบรรยายของ Riney Jordan มีพ่อแม่ผู้ปกครองทั่วสหรัฐขวนขวายจับจองที่นั่งเข้าฟังจนล้นหลามเสมอ ซึ่งเนื้อหาที่เขาบรรยายจะโน้มน้าวให้ทุกคนเข้าใจ “ความแตกต่างหลากหลาย” ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรเรียนรูและเข้าใจ โดยเฉพาะพ่อแม่ที่คิดที่หมกมุ่นและคิดหรือเชื่อว่าลูกๆ จะเหมือนตัวเองหรืออยากให้เป็นเหมือนตัวเองทั้งหลาย รวมทั้งพ่อแม่ที่อยากให้ลูกตัวเองเหมือนลูกคนอื่นที่น่าชื่นชมยกย่องทั้งหลาย…