บอกดิน 2… กรมที่ดินในยุคดิจิทัล

กรมที่ดิน โฉนดที่ดิน

โครงการ “บอกดิน” เป็นโครงการในแนวทางยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของรัฐบาล โดยยึดหลักภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media มาประยุกต์ใช้ในการรับแจ้งข้อมูลด้านที่ดินจากภาคประชาชน เพื่อนำไปตรวจสอบและประมวลผลด้วยโปรแกรมสาธารณะด้านภูมิสารสนเทศบนระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัล สร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชนและช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐได้อีกด้วย

โดยในปี พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา… กรมที่ดินเปิดรับการแจ้งข้อมูล และตำแหน่งที่ตั้งที่ดินจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ที่มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือ มี ส.ค. 1 / น.ส.3 / น.ส.3 ก และต้องการให้ภาครัฐเข้าไปบริหารจัดการที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563… มีประชาชนแจ้งข้อมูล 11,899 ครั้ง ซึ่งกรมที่ดินได้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ รวมทั้งการตรวจสอบตำแหน่งที่ดินเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ และรองรับการจัดทำ Big Data ด้านข้อมูลที่ดินของประเทศไทย

สำหรับในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564… กรมที่ดินได้เปิดโครงการ “บอกดิน 2” เพื่อให้ประชาชนแจ้งข้อมูลและตำแหน่งที่ตั้งที่ดินของตนเองได้ง่ายๆ เพียงใช้สมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต สามารถแจ้งข้อมูลได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2564 ผ่าน 4 ช่องทางทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ ได้แก่ 

  1. ทางเว็บไซต์ : https://bokdin2.dol.go.th  
  2. ทาง LINE Official Account แอดไลน์ไอดี : @teedin คลิกที่เมนู “บอกดิน”
  3. ทาง Mobile Application “SMARTLANDS” คลิกเมนู “บอกดิน” 
  4. สแกนเข้าระบบบน “บัตรบอกดิน” ณ สำนักงานที่ดินทั้ง 461 แห่งทั่วประเทศ 

ส่วนวิธีการใช้งานแจ้งและใช้งานระบบ… เพียงเดินทางไปยังแปลงที่ดินที่ต้องการแจ้งข้อมูล แล้วยืนรอประมาณ 1 นาที จากนั้นเข้าระบบ “บอกดิน” ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งใน 4 ช่องทางข้างต้น… แล้วกดแจ้งตำแหน่งที่ดิน กรอกข้อมูลส่วนตัวบนฟอร์มให้ครบถ้วน และแนบหลักฐานในที่ดิน(ถ้ามี) แล้วกดส่งข้อมูล

หลังจากนั้น กรมที่ดินจะดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียด รวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ และแจ้งกลับให้ผู้ครอบครองทราบว่า จะมีวิธีดำเนินการอย่างไร มีข้อจำกัดในเงื่อนไขกฎหมายหรือปัญหาเขตพื้นที่อย่างไร เพื่อสร้างความเข้าใจช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป… ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DOL Call Center : 0-2141-5555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

References…

Share this post

Add Properea's Friend

เพิ่ม Properea.com เป็นเพื่อนทาง Line
ท่านจะได้ Link บทความใหม่ส่งตรงให้อย่างสม่ำเสมอโดยรบกวนแต่น้อย

Related Post

Bitcoin SV

Bitcoin SV และ Hash War Independence Day

ตลาดและคนในชุมชนบิทคอยน์ช่วงปลายปี 2018 ต่างรับรู้และได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งของกลุ่ม Bitcoin ABC กับกลุ่ม Bitcoin SV รวมทั้งความขัดแย้งของ Craig Wright กับ Roger Ver ที่เคยเป็นคนกันเองเฉ่งกันเละจนกลายเป็นตำนานบทหนึ่งของโลกคริปโตที่เรียกว่า… Hash War หรือ Hash Power War หรือ สงครามชิงกำลังขุดบิทคอยน์

ประตูเชียงของ…

ยังคงวนเวียนอยู่ในเวียงเชียงรายต่ออีกวันน๊ะครับ… ไหนๆ ข้อมูลก็วิ่งอ้อมเมืองเชียงรายแล้ว ก็น่าจะมาดูสะพานมิตรภาพไทย-ลาวทางเหนือกันบ้าง

Bitcoin Tabroots

Bitcoin Taproot Upgrade

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า… การอัปเกรด Taproot ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการพัฒนา Bitcoin เข้าสู่อุตสาหกรรมบล็อกเชนยุคใหม่ ซึ่งมีผลกับทั้งอนาคตของ Bitcoin เองและความเคลื่อนไหวของราคาในตลาดไม่ต่างจากเมื่อครั้งทำ Hard Fork ในปี 2017 หรือ SegWit Upgrade ซึ่งส่งผลให้ราคา Bitcoin ในตลาดสูงขึ้นกว่า 50% ทีเดียว… แต่ก็มีบางความเห็นที่เชื่อว่า Soft Fork อย่าง Tabroot Upgrade น่าจะมีผลกับราคาบิทคอยน์น้อย…

RavenCoin  

นับตั้งแต่ Smart Contract Blockchain อย่าง Ethereum ถูกแนะนำ และ ได้แสดงศักยภาพของการเป็นบล็อกเชนยุคที่ 2 ต่อจากบิตคอยน์ และ เหรียญ AltCoins หรือ Alternative Coins ที่ Fork มาจากบิตคอยน์ ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด พร้อมตำนานอันลึกลับของผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto… แต่การ Fork เครือข่ายบิตคอยน์มาสร้างบล็อกเชน และ AltCoins แบบ Proof-of-Work ตามอย่างบิตคอยน์หลังปี 2016 ดูเหมือนจะไม่มีโครงการไหนสามารถโตต่อจนมีมูลค่าได้ เพราะบิตคอยน์สร้างประเด็นถกเถียงที่น่ากังวลขึ้นมากมาย… กระทั่ง 31 ตุลาคม 2017 จึงมีการ Fork เครือข่ายบิตคอยน์ โดย Bruce Fenton ซึ่งทำงานอยู่ใน Bitcoin Foundation มาตั้งแต่ปี 2015… ซึ่งได้ให้กำเนิด RavenCoin ด้วยแนวคิดการปรับปรุงบิตคอยน์ให้แตกต่างออกไปจากทุกแนวคิดที่มีการถกเถียงขัดแย้งกันอยู่ในช่วงเวลานั้น